เว็บข่าวสาร IPST-MicroBOX

เว็บรวมข่าวสารทางด้านเทคนิคของชุด IPST-MicroBOX

การใช้งานกับเครื่องโปรแกรม PX-300 พอร์ตขนาน LPT นอกจากซอฟต์แวร์ PonyProg แล้ว จะมีซอฟต์แวร์ทางเลือกอีกตัวหนึ่ง คือ ISPPROG 1.2.0.50 ซึ่งจะสามารถโปรแกรมเบอร์ของ AVR ได้หลายหลายกว่า PonyProg

ดาวน์โหลดได้ที่นี่ http://dybkowski.net/elka/ispprog_setup_1.2.0.50.exe

หลังจากติดตั้งแล้ว ให้กดปุ่ม Setup และเลือกชนิดของเครื่องโปรแกรมให้เป็นแบบ STK200/300 Evaluation Board และเลือกพอร์ต LPT ให้ตรงกับที่ใช้งาน จากนั้นกด OK

ในหน้าต่างหลัก ให้เลือกชนิดของชิพเป็น AVR และใช้ความถี่ 16000000 Hz

เมื่อต่อชุดโปรแกรม และจ่ายไฟเรียบร้อย ทดลองกดปุ่ม Read sigature เพื่ออ่านค่าจากตัวชิพ AVR

ถ้าถูกต้องในบรรทัด Device signature จะแสดงเบอร์ของ AVR ที่ตรวจพบ ซึ่งสามารถนำไปใช้งานเพื่อดาวน์โหลดโปรแกรมต่อไปได้

************************************************

ข้อควรระวัง PX-300 เป็นเครื่องโปรแกรมแบบพอร์ตขนาน ซึ่งใช้งานแบบควบคุมบิตโดยตรง ไม่ได้ทำงานในโหมด IEEE-1284 ทำให้ไม่สามารถใช้งานกับตัวแปลง USB ใดๆได้ จะต้องใช้กับเครื่องที่มีพอร์ตขนานในระบบเท่านั้น

หากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งาน ไม่มีพอร์ตขนานอยู่ในระบบ เช่นในเครื่องรุ่นใหม่ๆ หรือคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก แนะนำให้ใช้เครื่องโปรแกรมที่เชื่อมต่อกับพอร์ตอนุกรมแทน (PX-400) ซึ่งใช้พอร์ตอนุกรม UART มาตรฐาน RS-232 ซึ่งสามารถต่อกับตัวแปลง USB – Serial RS-232 (UCON-232s) ในกรณีที่ต้องการต่อกับ USB ได้เพิ่มเติม

การใช้งานกับเครื่องโปรแกรม PX-400 บนพอร์ตอนุกรม COM นอกจากการใช้ AVRPROG บน AVRStudio แล้ว ยังสามารถใช้ซอฟต์แวร์ทางเลือกอีกตัวหนึ่ง คือ AVROSP II ได้อีกด้วย ซึ่งจะสามารถโปรแกรมเบอร์ของ AVR ได้หลายหลายกว่า AVRPROG

ถ้าบอร์ด IPST MicroBOX มีบอร์ดเชื่อมต่อพอร์ตอนุกรม (ZX-Serial232, ZX-U2S) หรือบอร์ดแสดงผล LCD ที่มีส่วนเชื่อมต่อ RS-232 (บอร์ดบน ของ MicroBOX) ยังสามารถทำงานในโหมด Bootloader ได้ด้วย ซึ่งเมื่อโปรแกรมตัว bootloader เข้าไปแล้ว จะใช้พอร์ตอนุกรมในการดาวน์โหลดได้อีกช่องทางหนึ่ง ทำให้ไม่ต้องใช้เครื่องโปรแกรมอีกต่อไป และมีความปลอดภัยต่อการแก้ไข Fuse โดยไม่ตั้งใจได้

AVROSP II 5.47 ดาวน์โหลดได้ที่นี่ http://www.esnips.com/web/AtmelAVR

หลังจากดาวน์โหลด และแตกไฟล์ในฮาร์ดดิสก์แล้ว ให้ทำการเรียกโปรแกรม AvrOspII.exe

ให้ทำการตั้งค่าในหน้าแท็บ Configure เพื่อตั้งหมายเลขพอร์ตที่ต่ออยู่ และ Baud เป็น 115200

กำหนดชนิดของรูปแบบเป็น AVR911

จากนั้นกลับมาที่แท็บแรก Program ต่ออุปกรณ์บนบอร์ดให้พร้อม จ่ายไฟให้เรียบร้อย กดปุ่ม Auto Detect จะต้องแสดงเบอร์ชิพได้ถูกต้อง แต่ถ้าไม่ได้ ให้ทำการตรวจสอบใหม่อีกครั้ง

ดาวน์โหลด WINAVR เวอร์ชั่น 20080610 ล่าสุด (แก้ไขข้อผิดพลาดใน 200804xx แล้ว) ได้ที่

http://sourceforge.net/project/showfiles.php?group_id=68108&package_id=66543

และระหว่างติดตั้ง ให้กำหนดโฟลเดอร์ปลายทางเป็น C:\WINAVR ดังรูป เพื่อให้ใช้งานกับ ipst_include ที่มีอยู่ได้

หรือทำการแก้ไขไฟล์ไลบารี่ ipst_include ไฟล์ timer.h ใน 2 บรรทัดแรกจาก

#include <C:/WinAVR/avr/include/avr/interrupt.h>
#include <C:/WinAVR/avr/include/avr/signal.h>

เป็น

#include <avr/interrupt.h>
#include <avr/signal.h>

จะใช้งานได้ถูกต้องและไม่เกิดปัญหาระหว่างคอมไพล์

อัพเดท AVR Studio 4.14

Wednesday 30 April 2008 Posted by Postman

อัพเดทโปรแกรม AVR Studio 4.14

หน้าเว็บสำหรับดาวน์โหลด AVR Studio 4.14 ตัวหลัก หากต้องทำการลงทะเบียน register กับ Atmel ก่อน ให้กรอกข้อความครบถ้วนก่อนดาวน์โหลดที่นี่ (ภาษาอังกฤษ) http://www.atmel.com/forms/software_download.asp?fn=dl_aStudio4b589.exe

ต้องการโหลดเฉพาะไฟล์ติดตั้ง http://www.atmel.com/dyn/resources/prod_documents/aStudio4b589.exe

ในเวอร์ชั่นใหม่ได้ทำการแก้ไขปัญหาในโปรแกรมพอสมควร และที่เกี่ยวข้องกับ IPST-MicroBOX (ATMega16) มีดังนี้

6092: ‘Find in files’ หาข้อความในบรรทัดสุดท้ายไม่พบ

4076: แสดงชื่อไฟล์แบบ relative กับ absolute ใน title bar สลับไปมา เช่นระหว่างการ save ไฟล์

4734: แก้ปัญหาการ save as ไฟล์งาน แล้วทำให้ไฟล์ต้นฉบับไม่สามารถเปิดได้

เนื่องจากการสร้าง Project ใน AVR Studio จะกำหนดค่า Optimization ไว้ที่ค่าสูงสุด (-Os) ซึ่งทำให้ลูปเวลาหน่วงในไลบารี่ที่เขียนไว้ถูกกำจัดออกไป ทำให้การทำงานไม่เป็นไปตามต้องการ จึงต้องกำหนดเป็นค่าที่ไม่ต้อง Optimization (-O0) เป็นศูนย์

โดยตั้งค่าในซอฟต์แวร์ AVR Studio ขั้นตอนการกำหนดคุณสมบัติของไมโครคอนโทรลเลอร์ เมื่อเลือกเมนู Project เลือก Configuration ปรากฎหน้าต่าง Project Option เลือกกำหนดค่าดังรูป

รูปการตั้งค่า Project จากหนังสือคู่มือเริ่มต้นใช้งาน IPST-MicroBOX หน้า 18 ให้แก้ค่าในช่อง Optimization จาก -Os เป็นระดับศูนย์ -O0 ก็จะใช้งานได้ตามปกติ